Topics
Countries
Thailand News
Would you like to access news/blog content published by sources located in Thailand?
Code example
If you'd like to make a REST call, then make a following POST request:
Endpoint /api/v1/article/getArticles
Request body
{
"sourceLocationUri": "http://en.wikipedia.org/wiki/Thailand",
"resultType": "articles",
"apiKey": "API_KEY"
}
If you'd like instead to do a GET request then call:
/api/v1/article/getArticles?sourceLocationUri=http%3A%2F%2Fen.wikipedia.org%2Fwiki%2FThailand&resultType=articles&apiKey=API_KEY
Example of JSON response
Below is an example JSON object that you would receive as the result of the request. You can retrieve also additional properties such as concepts, categories, source details, etc. by specifying additional parameters in the request as described on the documentation page.
{
"articles": {
"results": [
{
"uri": "9363881942",
"lang": "tha",
"isDuplicate": false,
"date": "2026-06-19",
"time": "11:31:09",
"dateTime": "2026-06-19T11:31:09Z",
"dateTimePub": "2026-06-19T11:30:35Z",
"dataType": "news",
"sim": 0,
"url": "https://www.dailynews.co.th/news/5960359/",
"title": "'ทวี' ชี้ตัว 'ทีโออาร์' TH-AI Passport ไม่ซับซ้อน! ยึดหลักทีโออาร์ต้องไม่ขัดกฎหมาย-สัญญา",
"body": "\"ทวี\" ชี้ตัว \"ทีโออาร์\" โครงการ TH-AI Passport ไม่ซับซ้อน! ยึดหลัก \"ทีโออาร์\" ต้องไม่ขัดกฎหมาย สัญญาต้องไม่ขัด \"ทีโออาร์\"\n\nจากกรณี สส.พรรคประชาชน ตั้งข้อสังเกตถึงการอนุมัติโครงการ TH-AI Passport ส่อแววเอื้อประโยชน์ทับซ้อน และล็อกสเปกให้กับบริษัทเอกชนที่มีความเชื่อมโยงกับพรรคการเมืองซีกรัฐบาล และนายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DE) เป็นหนึ่งในผู้เข้าร่วมชี้แจงนั้น แต่ยังมีประเด็นอาจไม่โปร่งใสในโครงการดังกล่าว จึงอยากขอดูสัญญา \"ทีโออาร์\" (TOR) ว่ากรณีนายพชรให้สัมภาษณ์ว่าข้อกำหนดเรื่องจอดิจิทัลโฆษณาในร้านสะดวกซื้อ 1,500 สาขา เป็นเพียงข้อเสนอทางเทคนิค ไม่ใช่เงื่อนไขหลักในทีโออาร์ที่ต้องบังคับทำนั้นมีความเห็นอย่างไร\n\nเมื่อวันที่ 19 มิ.ย.69 พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชาติ ในฐานะที่ปรึกษากมธ.กฎหมายฯ อธิบายว่า เรื่องดังกล่าวไม่ได้ยุ่งยากอะไร ยึดหลัก TOR ต้องไม่ขัดกฎหมาย สัญญาต้องไม่ขัด TOR\n\nทั้งนี้ ตาม TOR ข้อ 4 หมวดขอบเขตการดำเนินงานมีการระบุว่า \"ผู้รับจ้างจะต้องดำเนินงานตามโครงการอย่างน้อย\" การใช้ทั้งคำว่า \"ต้อง\" และคำว่า \"อย่างน้อย\" ในทางกฎหมายถือเป็นคำสั่งล็อกเกณฑ์ขั้นต่ำสุดที่ภาคบังคับว่าไม่ทำไม่ได้และมีความเด็ดขาดในตัวเอง ซึ่งเรื่องการจัดทำจอดิจิทัลโฆษณาในร้านสะดวกซื้อถูกผูกมัดไว้ในขอบเขตงาน ข้อ 4.4.1 แบ่งซอยเป็นข้อย่อย อาทิ \"ประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อจอดิจิทัล ภายในร้านสะดวกซื้อ ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด จำนวนไม่น้อยกว่า 1,500 สาขา รวมจำนวนจอไม่น้อยกว่า 6,000 จุด\" และเป็นเงื่อนไขสำคัญในการอนุมัติจ่ายเงิน เอกสารตารางการส่งมอบงาน งวดที่ 3 ในข้อ 3.2 \"รายงานความก้าวหน้าการดำเนินการ ตามขอบเขตการดำเนินงาน ข้อ 4.4.1\" ที่แตกย่อยไปควบคุมเรื่องการโฆษณาผ่านจอดิจิทัลในร้านสะดวกซื้อ 1,500 สาขา 6,000 จุดนั่นเอง เป็นต้น\n\nพ.ต.อ.ทวีกล่าวต่อไปว่า ต้องพิจารณาว่าการกำหนดคุณลักษณะเฉพาะ หรือ TOR ให้กับผู้ขายรายใดรายหนึ่งหรือไม่ คือ ตรวจสอบได้จากผู้ยื่นข้อเสนอทั้ง 3 ราย ว่าได้เสนอผลิตภัณฑ์ในเรื่องการจัดทำโฆษณาอย่างไร เหมือนกันหรือไม่ และตรวจสัญญาเพราะ TOR ข้อ 3.12 เป็น สัญญาฉบับเดียว ตามที่สื่อมวลชนเสนอข่าวสัญญาแยกเป็น 2 สัญญา จึงไม่ได้เป็นไปตามTOR ต้องเปรียบเทียบกับรูปแบบสัญญาจ้างที่กรมบัญชีกลางกำหนด และมีการส่งให้สำนักอัยการสูงสุดตรวจร่างสัญญาหรือไม่ ตามพ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ และมีการฮั้วการประมูลหรือไม่ และต้องตรวจสอบกลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้องเพื่อดูความสัมพันธ์ระหว่างกันหรือสมคบกันอย่างไร ตามพ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ\n\nผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ในการประชุมกมธ.กฎหมายฯ เมื่อวันที่ 18 มิ.ย.69 ได้ขอให้กระทรวงดีอี ส่งสำเนาเอกสารข้อกำหนดขอบเขตของงาน หรือ TOR ฉบับที่นำไปประกาศเชิญชวนเมื่อวันที่ 24 ธ.ค.68 และเอกสารชุดที่นำไปใช้อนุมัติพร้อมลงนามในสัญญาเมื่อวันที่ 7 เม.ย.69 มาให้คณะกรรมาธิการตรวจสอบเป็นทางการ เนื่องจากข้อมูลหลักฐานหลายฝ่ายค้นหามายังขาดข้อมูลสำคัญหลายอย่าง เช่น สัญญาจัดซื้อจัดจ้างฯ แต่ข้อมูลที่ใช้ในห้องประชุมกรรมาธิการฯ ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่กระทรวงดีอี ไม่ได้ปฏิเสธเอกสารเหล่านี้",
"source": {
"uri": "dailynews.co.th",
"dataType": "news",
"title": "dailynews"
},
"authors": [
{
"uri": "pichet_ruenklin@dailynews.co.th",
"name": "Pichet Ruenklin",
"type": "author",
"isAgency": false
}
],
"concepts": [],
"categories": [
{
"uri": "iptc/politics_and_government",
"label": "iptc/politics and government",
"wgt": 55
}
],
"image": "https://www.dailynews.co.th/wp-content/uploads/2026/06/Cover-WEB-White-3.jpg",
"eventUri": null,
"sentiment": null,
"wgt": 519564669,
"relevance": 1
},
{
"uri": "9363882012",
"lang": "tha",
"isDuplicate": false,
"date": "2026-06-19",
"time": "11:31:08",
"dateTime": "2026-06-19T11:31:08Z",
"dateTimePub": "2026-06-19T11:29:15Z",
"dataType": "news",
"sim": 0,
"url": "https://www.khaosod.co.th/around-thailand/news_10290382",
"title": "ตะลึงค่าไฟ ลอบใช้ไฟหลวง ขุดบิทคอยน์ ยึด 18 เครื่อง ใช้ 2 แสนจ่ายแค่ 8 บาท",
"body": "ตะลึงค่าไฟ เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบตึกร้าง หลังพบมีการใช้ไฟพุ่งสูงผิดปกติ ตรวจสอบพบ ลอบขุดบิทคอยน์ 18 เครื่อง เปิดบิลค่าไฟเจอเก็บแค่ 8 บาท แต่ใช้ไม่ต่ำกว่าเดือนละ 2 แสน\n\nวันที่ 19 มิ.ย.2569 เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดยโสธร พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน กก.สส.ภ.จว.ยโสธร สภ.เมืองยโสธร และเจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน ยโสธร ได้เข้าทำการตรวจสอบตึกแถวร้าง หมู่ 8 บ้านศาลาแดง ตำบลตาดทอง อำเภอเมือง จังหวัดยโสธร\n\nซึ่งภายในห้องดังกล่าวไม่มีผู้พักอาศัยอยู่ แต่จากการตรวจค้นบริเวณชั้น 2 พบมีการติด ตั้งเครื่องขุดบิตคอยน์จำนวน 18 เครื่อง ทำการต่อวงจรและสร้างตู้เก็บเสียงป้องกันเสียงดังออกนอกตัว ตึกอย่างดี เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บวัตถุพยานและตรวจยึดเครื่องบิตคอยน์ทั้งหมดไว้เป็นของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองยโสธร เพื่อเร่งสืบสวนหาตัวเจ้าของมาดำเนินคดีข้อหาลักทรัพย์ต่อไป\n\nจากการตรวจสอบหลักฐานในที่เกิดเหตุ พบใบแจ้งค่าไฟฟ้าของห้องดังกล่าวระบุยอดเงินที่ต้องชำระอยู่เพียง 8 บาทเท่านั้น เบื้องต้นคาดว่าน่าจะมีผู้มาติดต่อเช่า ห้องต่ออีกทอดหนึ่งเพื่อลักลอบติดตั้งระบบดังกล่าว โดยใช้วิธีลักลอบต่อสายตรงจากแนวสายไฟฟ้าหลัก ที่พาดอยู่หน้าอาคาร ลากตรงเข้าสู่ตัวตึก เพื่อจ่ายไฟให้เครื่องบิทคอยน์ทำงาน โดยไม่ผ่านมิเตอร์วัดไฟ\n\nด้าน นายปรีชา จันทร์เทศ วิศวกรไฟฟ้า เขต 2 อุบลราชธานี เปิดเผยว่า จุดเริ่มต้นของปฏิบัติการครั้ง\n\nนี้ เกิดจากทางไฟฟ้านครหลวงภูมิภาคยโสธร ตรวจพบความผิดปกติของหม้อแปลงไฟฟ้าขนาดใหญ่ในพื้นที่ ที่มีการจ่ายกระแสไฟฟ้าสูงกว่าระดับปกติ และเมื่อเจ้าหน้าที่ทำการสำรวจเชิงลึก ก็พบว่ากระแสไฟฟ้าส่วนใหญ่ถูกดึงเข้าไปใช้ในแนวตึกร้าง และจุดนี้มีการใช้ไฟสูงกว่าจุดอื่นๆ จึงประสานตำรวจเข้าตรวจสอบ จนพบการกระทำผิดดังกล่าว ซึ่งเครื่องบิทคอยน์เป็น อุปกรณ์ที่กินกระแสไฟสูงมาก การลักลอบต่อไฟตรงในลักษณะนี้ คาดว่าสร้างความเสียหายให้กับการไฟฟ้าฯ ไม่ต่ำกว่าเดือนละ 2 แสนบาท",
"source": {
"uri": "khaosod.co.th",
"dataType": "news",
"title": "ข่าวสด"
},
"authors": [],
"concepts": [
{
"uri": "http://en.wikipedia.org/wiki/Electric_current",
"type": "wiki",
"score": 4,
"label": {
"eng": "Electric current"
}
},
{
"uri": "http://en.wikipedia.org/wiki/Electrical_wiring",
"type": "wiki",
"score": 3,
"label": {
"eng": "Electrical wiring"
}
},
{
"uri": "http://en.wikipedia.org/wiki/Mueang_Chiang_Mai_District",
"type": "loc",
"score": 3,
"label": {
"eng": "Mueang Chiang Mai District"
},
"location": {
"type": "place",
"label": {
"eng": "Mueang Chiang Mai District"
},
"country": {
"type": "country",
"label": {
"eng": "Thailand"
}
}
}
},
{
"uri": "http://en.wikipedia.org/wiki/Buriram_United_F.C.",
"type": "wiki",
"score": 2,
"label": {
"eng": "Buriram United F.C."
}
},
{
"uri": "http://en.wikipedia.org/wiki/Transformer",
"type": "wiki",
"score": 2,
"label": {
"eng": "Transformer"
}
},
{
"uri": "http://en.wikipedia.org/wiki/Electrical_engineering",
"type": "wiki",
"score": 2,
"label": {
"eng": "Electrical engineering"
}
}
],
"categories": [
{
"uri": "iptc/economy,_business_and_finance",
"label": "iptc/economy, business and finance",
"wgt": 47
},
{
"uri": "iptc/politics_and_government",
"label": "iptc/politics and government",
"wgt": 52
},
{
"uri": "iptc/crime,_law_and_justice",
"label": "iptc/crime, law and justice",
"wgt": 52
}
],
"image": "https://www.khaosod.co.th/wpapp/uploads/2026/06/billllllll1.jpg",
"eventUri": null,
"sentiment": null,
"wgt": 519564668,
"relevance": 1
},
{
"uri": "9363879080",
"lang": "tha",
"isDuplicate": false,
"date": "2026-06-19",
"time": "11:28:29",
"dateTime": "2026-06-19T11:28:29Z",
"dateTimePub": "2026-06-19T11:27:19Z",
"dataType": "news",
"sim": 0,
"url": "https://www.matichon.co.th/local/quality-life/news_5769542",
"title": "เปิดแล้ว! กรมการจัดหางาน รับสมัครสอบภาษา ไปทำงานเกาหลีกว่า 3,300 คน สมัครผ่านออนไลน์ 2-6 ก.ค. นี้",
"body": "เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน นายสมชาย มรกตศรีวรรณ อธิบดีกรมการจัดหางาน (กกจ.) เปิดเผยว่า กรมการจัดหางานประกาศรับสมัครทดสอบภาษาเกาหลีและทักษะการทำงาน (Point System) ครั้งที่ 18 เพื่อรับสมัครคนงานไทยไปทำงานสาธารณรัฐเกาหลีตามระบบอนุญาตการจ้างแรงงานต่างชาติ (EPS) โดยประเภทกิจการที่เปิดรับสมัครในครั้งนี้ จำนวน 3,300 คน ได้แก่ กิจการอุตสาหกรรมการผลิต จำนวน 2,000 คน กิจการเกษตร/ปศุสัตว์ จำนวน 1,000 คน และกิจการก่อสร้าง จำนวน 300 คน เพื่อเสนอให้นายจ้างพิจารณาคัดเลือกไปทำงานในสาธารณรัฐเกาหลี โดยผู้สนใจสามารถยื่นใบสมัครได้ผ่านเว็บไซต์ toea.doe.go.th ตั้งแต่วันที่ 2-6 กรกฎาคม 2569 ตลอด 24 ชั่วโมง\n\nนายสมชาย กล่าวว่า สำหรับคุณสมบัติ ผู้สมัครประเภทกิจการอุตสาหกรรมการผลิต กิจการเกษตรและปศุสัตว์ รับเพศหญิงและเพศชาย สำหรับประเภทกิจการก่อสร้าง รับเฉพาะเพศชาย ต้องมีอายุระหว่าง 18 - 39 ปี ผู้ที่เกิดระหว่างวันที่ 3 กรกฎาคม 2529- 2 กรกฎาคม 2559 ไม่จำกัดวุฒิการศึกษา ตาไม่บอดสี ร่างกายสมบูรณ์ สุขภาพแข็งแรง ไม่เป็นโรคที่อาจจะเป็นอุปสรรคต่อการทำงาน หรือเป็นโรคติดต่อตามที่ทางการเกาหลีกำหนด มีความประพฤติดี ไม่มีประวัติกระทำผิดทางอาญา หรือเป็นภัยต่อสังคมและความมั่นคง เป็นบุคคลไม่ถูกห้ามเดินทางออกนอกประเทศ ไม่มีประวัติการถูกเนรเทศ หรือเคยถูกปฏิเสธการเข้าสาธารณรัฐเกาหลี หรือเคยกระทำผิดกฎหมายของสาธารณรัฐเกาหลี และเป็นบุคคลซึ่งไม่มีประวัติเกี่ยวข้องกับยาเสพติดทุกชนิด รวมถึงไม่เคยพำนักอาศัยในสาธารณรัฐเกาหลีด้วยวีซ่า E-9 หรือ E-10 หรือวีซ่า E-9 และ E-10 รวมกัน 5 ปี หรือมากกว่า 5 ปีขึ้นไป\n\nทั้งนี้ ผู้สมัครสามารถยื่นใบสมัครผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น และต้องชำระค่าธรรมเนียมการสมัครสอบเป็นจำนวน 960 บาท ผ่านช่องทางการชำระเงินของธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ภายในระยะเวลาที่กำหนด ทั้งนี้ ผู้ผ่านการทดสอบภาษาเกาหลีและทักษะการทำงาน หากได้รับการอนุมัติรายชื่อ เพื่อเสนอนายจ้างคัดเลือก ไม่ได้รับรองว่าผู้สมัครจะได้รับการคัดเลือกจากนายจ้างทุกคน กรณีหากนายจ้างคัดเลือกแต่ถูกยกเลิกสัญญาจ้างงาน ซึ่งมิใช่ความผิดของผู้สมัคร รายชื่อของผู้สมัครจะได้รับการเสนอให้นายจ้างใหม่คัดเลือก หากความผิดเกิดจากผู้สมัครจะถูกลบรายชื่อออกจากระบบ กรณีผู้สมัครรายใดไม่เคยมีนายจ้างคัดเลือกภายใน 1 ปี เมื่อบัญชีรายชื่อหมดอายุปีที่1 ผู้สมัครสามารถยื่นความประสงค์ขอต่ออายุบัญชีรายชื่อปีที่ 2 ได้โดยไม่ต้องสมัครทดสอบภาษาเกาหลีใหม่\n\nกรมการจัดหางานจะประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิเข้ารับการทดสอบภาษาเกาหลี วันที่ 10 สิงหาคม 2569 และรายชื่อผู้มีสิทธิเข้ารับการทดสอบทักษะการทำงาน วันที่ 19 ตุลาคม 2569 ผ่านทางเว็บไซต์ www.facebook.com/epstoea, www.hrdkoreathailand.com, www.doe.go.th/overseas, www.lib.doe.go.th ผู้ที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่กองบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศ สำนักงานจัดหางานจังหวัดทุกจังหวัด สำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1-10 หรือที่สายด่วนกรมการจัดหางาน โทร. 1506 กด 2",
"source": {
"uri": "matichon.co.th",
"dataType": "news",
"title": "มติชนออนไลน์"
},
"authors": [],
"concepts": [
{
"uri": "http://en.wikipedia.org/wiki/Animal",
"type": "wiki",
"score": 5,
"label": {
"eng": "Animal"
}
},
{
"uri": "http://en.wikipedia.org/wiki/Website",
"type": "wiki",
"score": 4,
"label": {
"eng": "Website"
}
}
],
"categories": [
{
"uri": "iptc/economy,_business_and_finance",
"label": "iptc/economy, business and finance",
"wgt": 85
}
],
"image": "https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/230669.jpg",
"eventUri": null,
"sentiment": null,
"wgt": 519564509,
"relevance": 1
},
{
"uri": "9363878868",
"lang": "tha",
"isDuplicate": false,
"date": "2026-06-19",
"time": "11:28:14",
"dateTime": "2026-06-19T11:28:14Z",
"dateTimePub": "2026-06-19T11:22:00Z",
"dataType": "news",
"sim": 0,
"url": "https://mgronline.com/uptodate/detail/9690000058705",
"title": "คลังเตือน 7.3 แสนราย ยืนยันสิทธิบัตรคนจน ย้ำ! หลังเที่ยงคืน 21 มิ.ย.ตัดสิทธิทันที",
"body": "กระทรวงการคลัง เปิดเผยความคืบหน้าการเปิดรับลงทะเบียนยืนยันสิทธิโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ (โครงการฯ) ปี 2569 ตั้งแต่วันที่ 4 - 18 มิถุนายน 2569 ณ เวลา 23.00 น. และมีผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรายเดิมลงทะเบียนแล้วทั้งสิ้น จำนวน 12,443,310 ราย และมีผู้ที่ยังไม่ลงทะเบียนยืนยันสิทธิ จำนวน 730,663 ราย ทั้งนี้ ขอให้ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรายเดิมที่ยังไม่ได้ลงทะเบียนยืนยันสิทธิมาดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 21 มิถุนายน 2569 ภายในเวลา 23.00 น. และขอให้ตรวจสอบความถูกต้องครบถ้วนของข้อมูลให้เรียบร้อยก่อนยืนยันการลงทะเบียน\n\nสำหรับกลุ่มผู้ที่ยังไม่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่เป็นกลุ่มผู้ตกสำรวจการได้รับสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐตามระบบตรวจสอบข้อมูลของกระทรวงมหาดไทย ขณะนี้กระทรวงมหาดไทยได้ดำเนินการลงทะเบียนแล้ว จำนวน 1,043,412 ราย คิดเป็น 99.61% ตามฐานข้อมูลของของกระทรวงมหาดไทย โดยกระทรวงมหาดไทยจะส่งข้อมูลมายังกระทรวงการคลังเพื่อตรวจสอบคุณสมบัติต่อไป\n\nทั้งนี้ กระทรวงการคลังจะประกาศผลการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ลงทะเบียนยืนยันสิทธิทั้งรายเดิมและกลุ่มผู้ตกสำรวจฯ ที่ลงทะเบียนโดยกระทรวงมหาดไทยในวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 ผ่านเว็บไซต์โครงการฯ แอปพลิเคชันเป๋าตัง แอปพลิเคชันทางรัฐ และหน่วยรับลงทะเบียน 5 ธนาคาร และสามารถติดตามรายละเอียดและข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับโครงการฯ ผ่านเว็บไซต์ https://บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ.mof.go.th และ https://welfare.mof.go.th หรือช่องทางประชาสัมพันธ์อย่างเป็นทางการของกระทรวงการคลัง",
"source": {
"uri": "mgronline.com",
"dataType": "news",
"title": "mgronline.com"
},
"authors": [],
"concepts": [],
"categories": [
{
"uri": "iptc/economy,_business_and_finance",
"label": "iptc/economy, business and finance",
"wgt": 87
}
],
"image": "https://mgronline.com/images/social-share-logo.png",
"eventUri": null,
"sentiment": null,
"wgt": 519564494,
"relevance": 1
},
{
"uri": "9363878824",
"lang": "tha",
"isDuplicate": false,
"date": "2026-06-19",
"time": "11:28:09",
"dateTime": "2026-06-19T11:28:09Z",
"dateTimePub": "2026-06-19T11:25:48Z",
"dataType": "news",
"sim": 0,
"url": "https://www.khaosod.co.th/entertainment/drama/news_10290261",
"title": "แทน แทนตะวัน ปลื้มกระแส \"ลูกผู้ชายหัวใจเพชร\" แรงตั้งแต่ตอนแรก",
"body": "แทน แทนตะวัน ขอบคุณแฟนละคร \"ลูกผู้ชายหัวใจเพชร\" แรงตั้งแต่ตอนแรก เบื้องหลังที่แลกมาด้วยความพยายาม เผยโมเมนต์อบอุ่นจาก เต๋า สมชาย\n\nลูกผู้ชายหัวใจเพชร เริ่มต้นดี แทน แทนตะวัน แฮปปี้ ขอบคุณแฟนละคร พร้อมเผยการทำงานไม่ง่าย ทั้งกดดัน ทั้งเกร็ง แต่มุ่งมั่นตั้งใจเต็มที่ เพราะอยากให้ตัวละคร 'เพชร' ออกมาดีที่สุด\n\nเปิดตัวได้ดีทีเดียว สำหรับละครดราม่าเข้มข้น ลูกผู้ชายหัวใจเพชร จากค่าย กันตนา มูฟวี่ ทาวน์ (2002) ที่ได้พระเอกหนุ่ม แทน-แทนตะวัน ทัดเดโอ มารับบท เพชร ประกบคู่นางเอกสาว ชิงชิง-คริษฐา สังสะโอภาส\n\nถ่ายทอดเรื่องราวของชายหนุ่มผู้ไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตา เดินหน้าสู้เพื่อความฝันแม้ต้องเผชิญอุปสรรคมากมาย หลังออกอากาศไปเพียงตอนแรก ก็ได้รับเสียงชื่นชมจากแฟนละครมากมาย โดยเฉพาะบท เพชร ที่หลายคนมองว่าเป็นตัวละครที่มีความมุ่งมั่นชัดเจน และแทนได้ถ่ายทอดออกมาได้อย่างน่าประทับใจ\n\nงานนี้เลยขอจับพระเอกของเรื่อง แทน แทนตะวัน เผยความรู้สึก พร้อมเปิดเบื้องหลังการทำงาน\n\n\"สำหรับละครเรื่องลูกผู้ชายหัวใจเพชร ฟีดแบ็กตอนแรกที่ออกอากาศไป ดีนะครับ มีคนทักเยอะเลย ผมอยากขอบคุณทุกคน ที่รอติดตามชมละครเรื่องนี้ ขอบคุณที่เป็นกำลังใจให้กันครับ เพราะตั้งแต่ตอนที่ทราบว่าได้รับโอกาสให้เล่นเรื่องนี้\n\nผมบอกตามตรงครับว่าเกร็งมาก แล้วก็ตื่นเต้นมากเพราะในเวลานั้นผมเพิ่งเล่นละครมาไม่กี่เรื่อง เลยกลัวว่าจะทำได้ไม่ดี ผมทราบมาว่าเวอร์ชั่นก่อนเป็นภาพจำที่ทุกคนชอบมากๆ ตัวแทนเองก็ได้ไปดูละครในเวอร์ชั่นที่พี่ฮิวโก้ (จุลจักร จักรพงษ์) และพี่น้ำฝน (กุลณัฐ กุลปรียาวัฒน์) เล่นคู่กันเป็นการทำการบ้านก่อนที่จะมาเริ่มเล่นครับ เพื่อให้ได้เข้าใจภาพรวมของละครทั้งหมด\n\nสำหรับตัวละคร เพชร ที่ผมรับบท เพชรเป็นผู้ชายที่มีความมุ่งมั่นนะ ตามความฝันที่เขาตั้งใจจะทำให้สำเร็จ เขาไม่ยอมแพ้ไม่ว่าจะเจอกับอุปสรรคอะไรก็ตาม ซึ่งพอได้คุยกับพี่นท (นท พูนไชยศรี) ผู้กำกับ พี่นทก็จะเสริมในเรื่องของรายละเอียดด้านอารมณ์อย่างมุมที่บางครั้งเพชรอาจจะมีความท้อแท้ออกมาให้เห็นบ้าง ซึ่งผมมองว่าเพชรมีความคล้ายกับตัวผมนะ ในเรื่องความมุ่งมั่น ชีวิตจริงผมเป็นนักกีฬาด้วย ซึ่งพอเรามีเป้าหมาย ก็จะตั้งใจทำทุกอย่างให้สำเร็จ\n\nสิ่งที่ผมกังวลมากๆ อีกเรื่องคือ ความตั้งใจของเพชรที่อยากเป็นศิลปินนักร้อง ซึ่งตัวแทนเองไม่มีความรู้ตรงนี้เลย อย่างการเล่นกีตาร์ วันแรกที่ฟิตติงเราก็ถือกีตาร์ถ่ายภาพ ยังจับคอร์ดไม่เป็นเลย หลังจากนั้นก็เลยขอยืมกีตาร์ที่ใช้เข้าฉากกลับบ้านครับ กลับไปฝึกซ้อม เพราะแทนไม่แฮปปี้กับตัวเองเลยที่ทำไม่ได้ ตอนนั้นก็เลยเปิดยูทูบดูวิธีการจับคอร์ด เริ่มจากคอร์ดเพลงในละคร\n\nผมก็เอามาเล่นมาเรื่อยๆ อยู่ในกองก็จะหยิบกีต้าร์ไปด้วยทุกที่ ถ้าไม่ได้เข้าฉากก็คือซ้อมตลอดครับ การถ่ายละครเรื่องนี้ทำให้ผมเล่นกีตาร์เป็นจริงๆ เลย แล้วผมก็อ่านคอร์ดได้ จับคอร์ดได้ ส่วนการร้องเพลงผมก็ตั้งใจเต็มที่ครับ เรื่องนี้มี 2 เพลงที่ผมร้อง คือเพลง หัวใจเพชร และ ขอบใจดาว ก็อยากให้ทุกคนลองฟังกันนะครับ ผมตั้งใจมาก\"\n\nนอกจากนี้ แทนยังเล่าถึงการร่วมงานกับ ชิงชิง-คริษฐา ว่า การได้เล่นคู่กับพี่ชิง พี่ชิงเป็นคนเก่ง ตั้งใจทำงาน อ่านบทแล้วทำความเข้าใจได้ทันที แรก ๆ ผมแอบเกร็ง แต่พอทำงานด้วยกัน ตัวจริงพี่ชิง คือคนที่สนุกสนานมากครับ แล้วนอกจากเรื่องนี้ ตอนนั้นผมถ่ายละครอีกเรื่องคือเล่ห์ร้ายเกมลวง ผมก็ได้เล่นคู่กับพี่ชิงเหมือนกัน ก็เลยยิ่งทำให้เราสนิทกันมากขึ้น\"\n\nขณะที่อีกหนึ่งคนที่ทำให้เจ้าตัวทั้งตื่นเต้นและประทับใจไม่แพ้กัน คือ เต๋า-สมชาย ผู้รับบทพ่อในเรื่อง \"คนที่ทำให้ผมตื่นเต้นและเกร็งที่สุด คือเรื่องนี้ได้เล่นกับพี่เต๋า วันแรกที่เจอพี่เต๋า ผมเดินเข้าไปแนะนำตัวและเรียกพี่เขาว่า 'คุณพ่อเต๋า' พี่เต๋าก็ตอบกลับมาว่า 'ไงไอ้ลูกชาย' แล้วดึงผมเข้าไปกอดเลยครับ ความเกร็งทั้งหมดหายไปทันที พี่เต๋าน่ารักมาก ทำให้การเข้าฉากเป็นพ่อลูกกันอบอุ่นและเป็นธรรมชาติ ทำให้ผมกับพี่เต๋าสนิทกันจนทุกวันนี้ก็ยังมีโอกาสนัดกินข้าวกันอยู่\"\n\nพระเอกหนุ่มยังทิ้งท้ายฝากชวนแฟนๆ ติดตามละครเรื่องนี้ว่า \"ตอนนี้ละครลูกผู้ชายหัวใจเพชร เพิ่งเริ่มต้น ผมอยากชวนทุกคนติดตามนะครับ สำหรับเรื่องนี้ ผมมองว่าไม่ใช่แค่ความสนุก แต่เป็นละครที่กำลังเล่าเรื่องความฝัน ความตั้งใจของวัยรุ่นคนหนึ่ง ที่อยากมีเส้นทางชีวิตของตัวเอง แม้จะถูกปิดกั้นอย่างไร เขาก็ยังจะหาทางทำให้ได้ ฝากเป็นกำลังใจให้ทุก ๆ ตัวละครไปด้วยกันนะครับ\"\n\nติดตามชมละคร \"ลูกผู้ชายหัวใจเพชร\" ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 19.00 น. ทางช่อง 7HD ดูทีวีกด 35 และติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวต่าง ๆ ได้ทาง Facebook, IG, X, TikTok, YouTube: Ch7HD",
"source": {
"uri": "khaosod.co.th",
"dataType": "news",
"title": "ข่าวสด"
},
"authors": [],
"concepts": [
{
"uri": "http://en.wikipedia.org/wiki/Tao",
"type": "wiki",
"score": 5,
"label": {
"eng": "Tao"
}
},
{
"uri": "http://en.wikipedia.org/wiki/YouTube",
"type": "wiki",
"score": 4,
"label": {
"eng": "YouTube"
}
},
{
"uri": "http://th.wikipedia.org/wiki/สมชาย_เข็มกลัด",
"type": "person",
"score": 3,
"label": {
"eng": "สมชาย เข็มกลัด"
}
},
{
"uri": "http://en.wikipedia.org/wiki/Channel_7_(Thailand)",
"type": "org",
"score": 2,
"label": {
"eng": "Channel 7 (Thailand)"
}
},
{
"uri": "http://en.wikipedia.org/wiki/Facebook",
"type": "org",
"score": 2,
"label": {
"eng": "Facebook"
}
}
],
"categories": [],
"image": "https://www.khaosod.co.th/wpapp/uploads/2026/06/16-9-Red-41.jpg",
"eventUri": null,
"sentiment": null,
"wgt": 519564489,
"relevance": 1
},
{
"uri": "9363877179",
"lang": "tha",
"isDuplicate": false,
"date": "2026-06-19",
"time": "11:26:38",
"dateTime": "2026-06-19T11:26:38Z",
"dateTimePub": "2026-06-19T11:25:35Z",
"dataType": "news",
"sim": 0,
"url": "https://www.prachachat.net/world/news-2025150",
"title": "บริษัทญี่ปุ่นเตือน 'New Normal' ห่วงโซ่อุปทาน บรรจุภัณฑ์แพง-ผลักภาระผู้บริโภค",
"body": "บริษัทญี่ปุ่น ซึ่งได้รับผลกระทบขาดแคลนน้ำมันดิบและแนฟทาสำหรับอุตสาหกรรมปิโตรเคมี จากการปิดช่องแคบฮอร์มุซก่อนหน้านี้ ต่างปรับตัวด้วยการขึ้นราคาสินค้า ลดขนาดบรรจุภัณฑ์ และหันไปพึ่งพาแหล่งวัตถุดิบทางเลือกที่มีต้นทุนสูงกว่า ผู้เชี่ยวชาญชี้ ห่วงโซ่อุปทานกำลังเปลี่ยนผ่านไปเน้นความมั่นคงมากกว่าประสิทธิภาพ\n\nนิกเคอิ เอเชีย (Nikkei Asia) รายงานว่า บริษัทและนักวิเคราะห์เตือนว่า การหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทานในญี่ปุ่น ซึ่งเป็นผลกระทบจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ไม่น่าจะคลี่คลายลงอย่างรวดเร็ว และอาจไม่กลับไปสู่สภาวะปกติก่อนเกิดความขัดแย้ง โดยชี้ให้เห็นผ่านราคาสินค้าที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่องและบรรจุภัณฑ์ที่ลดขนาดลง\n\nญี่ปุ่น ประเทศเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 4 ของโลก ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซ โดยขาดแคลนน้ำมันดิบและแนฟทา ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญในอุตสาหกรรมปิโตรเคมี และญี่ปุ่นพึ่งพาตะวันออกกลางในการจัดหา\n\nการขาดแคลนวัตถุดิบ ทำให้บริษัทต่าง ๆ ตอบสนองด้วยมาตรการประหยัดต้นทุน เช่น การผลิตบรรจุภัณฑ์สีขาวดำและการลดขนาดผลิตภัณฑ์แต่ราคาคงเดิม (shrinkflation) ซึ่งเป็นการผลักภาระต้นทุนไปยังผู้บริโภค\n\nแม้ว่าข้อตกลงสันติภาพระหว่างสหรัฐและอิหร่านจะระบุว่า การเดินเรือพาณิชย์ในช่องแคบฮอร์มุซจะกลับมาดำเนินการได้ภายใน 30 วัน แต่ด้วยภารกิจที่ซับซ้อนทำให้ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่า กระบวนการทั้งหมด ตั้งแต่การกวาดล้างทุ่นระเบิด ปัญหาเรือค้างสะสม ไปจนถึงการซ่อมแซมโครงสร้างพื้นฐานและการฟื้นฟูการผลิต จะต้องใช้เวลานานกว่านั้นมาก\n\n\"แม้แต่ในฉากทัศน์ที่ดีที่สุด เราก็คาดว่าจะต้องใช้เวลาประมาณ 3 เดือน กว่าที่ช่องแคบฮอร์มุซจะกลับสู่ภาวะปกติ และหลังจากนั้นอีก 2-3 เดือน กว่าที่การผลิตน้ำมันและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมจะกลับสู่ภาวะปกติ\" ยูกิ โทกาโนะ นักเศรษฐศาสตร์จาก Japan Research Institute (JRI) กล่าว\n\nด้านบริษัทเดินเรือก็ยังระมัดระวังแนวโน้มเช่นกัน โดยโฆษกของ Mitsui O.S.K. Lines (MOL) บริษัทเรือบรรทุกน้ำมันรายใหญ่ที่สุดในโลกในแง่ของจำนวนเรือ กล่าวว่า เรามุ่งมั่นจะกลับมาเดินเรืออีกครั้ง ก็ต่อเมื่อได้รับการยืนยันด้านความปลอดภัยอย่างเต็มที่แล้วเท่านั้น\n\nขณะเดียวกัน บริษัทเคมีภัณฑ์ก็ประเมินแนวทางการจัดหาวัตถุดิบใหม่ โดยโฆษกของบริษัทเคมีภัณฑ์ Mitsui Chemicals กล่าวว่า บริษัทตระหนักดีว่า ยังคงมีความกังวลบางอย่างเกี่ยวกับความสามารถในการรักษาระดับการจัดหาได้วัตถุดิบจากตะวันอกกลางให้อยู่ในระดับเดิมได้หรือไม่ แม้ว่าสถานการณ์ด้านอุปทานอาจดีขึ้น แต่บริษัทจำเป็นต้องพิจารณากระจายแหล่งจัดซื้อออกไปนอกเหนือจากภูมิภาคนี้\n\nในช่วงมากกว่า 100 วันที่ห่วงโซ่อุปทานหยุดชะงักลง บริษัทในญี่ปุ่นหันไปใช้แหล่งน้ำมันดิบและแนฟทาทางเลือกจากสหรัฐ แอลจีเรีย และเปรู โดยขณะนี้การนำเข้าเริ่มมีสัญญาณฟื้นตัวขึ้นแล้ว หลังจากที่ก่อนหน้านี้ขาดแคลนแหล่งน้ำมันจากตะวันออกกลาง\n\nอย่างไรก็ตาม ทางเลือกเหล่านี้มาพร้อมกับราคาที่สูงขึ้น โดยในบางครั้งแนฟทามีราคาสูงกว่าในตะวันออกกลางถึงสองเท่า ทำให้ไม่เพียงแค่สินค้าขั้นกลางอย่างฟิล์มบรรจุภัณฑ์มีราคาเพิ่มขึ้น แต่ยังส่งผลกระทบต่อสินค้าอุปโภคบริโภคอื่น ๆ ในห่วงโซ่อุปทานด้วย\n\nบริษัท ไทชิ ฟู้ด ซึ่งจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง ได้ลดขนาดบรรจุภัณฑ์ถั่วงอกลงและเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์เต้าหู้เป็นสีขาวดำ เพื่อประหยัดหมึกพิมพ์ที่ต้องใช้ตัวทำละลายจากแนฟทา และกล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้จะคงอยู่ต่อไป\n\nมาซาฮิโระ ทานากะ หัวหน้าฝ่ายประชาสัมพันธ์และการส่งเสริมการขาย ของไทชิ ฟู้ด กล่าวว่า น่าจะใช้เวลาประมาณ 6 เดือนถึง 1 ปี กว่าทุกอย่างจะกลับสู่ภาวะปกติ นอกจากนี้ เมื่อเร็ว ๆ นี้ทางซัพพลายเออร์ยังแจ้งให้ทราบว่า ราคาบรรจุภัณฑ์ปรับเพิ่มขึ้นประมาณ 20%\n\n\"หากบริษัทต่าง ๆ ยังซื้อแนฟทาจากนอกฮอร์มุซต่างไป ไม่ว่าจะจากสหรัฐหรือแอลจีเรีย จะทำให้ค่าขนส่งทางทะเลสูงขึ้นเมื่อเทียบกับการจัดหาจากตะวันออกกลาง ดังนั้น วิธีการจัดการและการส่งต่อต้นทุนที่เพิ่มขึ้น จะยังคงเป็นประเด็นที่ต้องพิจารณาต่อไป\" นามิ คุวานะ นักวิจัยอาวุโสจากสถาบันวิจัยมารุเบนิ กล่าว\n\n\"นอกจากนี้ มาตรการต่าง ๆ เช่น การเพิ่มปริมาณสำรองแนฟทา การกระจายวัตถุดิบสำหรับการผลิตเอทิลีนที่ผลิตจากแนฟทา ... น่าจะได้รับการพิจารณาอย่างจริงจังมากขึ้นกว่าเดิม\" คุวานะกล่าว พร้อมเสริมว่า ในท้ายที่สุดแล้ว ตัวเลือกทั้งหมดเหล่านี้ล้วนหมายถึงต้นทุนที่สูงขึ้น\n\nนักเศรษฐศาสตร์กล่าวว่า ต้นทุนดังกล่าวมีแนวโน้มที่จะถูกส่งต่อไปยังผู้บริโภคมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยไซสุเกะ ซาไก นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสจากสถาบันวิจัยมิซุโฮะ กล่าวว่า เมื่อเปรียบเทียบกับราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่พุ่งสูงขึ้นหลังจากที่รัสเซียรุกรานยูเครนในปี 2022 ขณะนี้บริษัทญี่ปุ่นดูเต็มใจที่จะขึ้นราคามากขึ้น\n\nข้อมูลจากบริษัทวิจัยข้อมูลเครดิตทางธุรกิจ เทโคกุ ดาตาแบงก์ (TDB) แสดงให้เห็นว่า ในเดือน มิ.ย. มีสินค้าอาหารและเครื่องดื่มมากกว่า 1,000 รายการที่ราคาเพิ่มขึ้น และมากกว่า 2,000 รายการ ในเดือน ก.ค. และ ส.ค.\n\n\"ที่ผ่านมา ห่วงโซ่อุปทานถูกสร้างขึ้นโดยเน้นไปที่ประสิทธิภาพทางเศรษฐกิจเป็นสำคัญ แต่หากในอนาคตจะต้องมีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างใหม่ โดยมองจากมุมมองด้านความมั่นคงทางเศรษฐกิจเป็นหลัก ก็จะหลีกเลี่ยงไม่ได้เลยที่จะนำไปสู่ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง\" โทกาโนะจาก JRI กล่าว\n\n\"สภาวะที่เรากำลังมุ่งไปคือ 'ความปกติใหม่' (New Normal) มากกว่าสิ่งที่เรียกว่า ภาวะปกติก่อนความขัดแย้ง\" โทกาโนะกล่าวทิ้งท้าย",
"source": {
"uri": "prachachat.net",
"dataType": "news",
"title": "ประชาชาติธุรกิจ"
},
"authors": [
{
"uri": "natnicha_vanichviroon@prachachat.net",
"name": "Natnicha Vanichviroon",
"type": "author",
"isAgency": false
}
],
"concepts": [
{
"uri": "http://en.wikipedia.org/wiki/Supply_chain",
"type": "wiki",
"score": 5,
"label": {
"eng": "Supply chain"
}
},
{
"uri": "http://en.wikipedia.org/wiki/Oil",
"type": "wiki",
"score": 5,
"label": {
"eng": "Oil"
}
},
{
"uri": "http://en.wikipedia.org/wiki/Petroleum",
"type": "wiki",
"score": 5,
"label": {
"eng": "Petroleum"
}
},
{
"uri": "http://en.wikipedia.org/wiki/Japan",
"type": "loc",
"score": 5,
"label": {
"eng": "Japan"
},
"location": {
"type": "country",
"label": {
"eng": "Japan"
}
}
},
{
"uri": "http://en.wikipedia.org/wiki/Mitsui_O.S.K._Lines",
"type": "org",
"score": 4,
"label": {
"eng": "Mitsui O.S.K. Lines"
}
},
{
"uri": "http://en.wikipedia.org/wiki/Algeria",
"type": "loc",
"score": 4,
"label": {
"eng": "Algeria"
},
"location": {
"type": "country",
"label": {
"eng": "Algeria"
}
}
},
{
"uri": "http://en.wikipedia.org/wiki/Mitsui_Chemicals",
"type": "org",
"score": 3,
"label": {
"eng": "Mitsui Chemicals"
}
},
{
"uri": "http://en.wikipedia.org/wiki/Tofu",
"type": "wiki",
"score": 3,
"label": {
"eng": "Tofu"
}
},
{
"uri": "http://en.wikipedia.org/wiki/Solvent",
"type": "wiki",
"score": 3,
"label": {
"eng": "Solvent"
}
},
{
"uri": "http://en.wikipedia.org/wiki/Soybean",
"type": "wiki",
"score": 3,
"label": {
"eng": "Soybean"
}
},
{
"uri": "http://en.wikipedia.org/wiki/Legume",
"type": "wiki",
"score": 3,
"label": {
"eng": "Legume"
}
},
{
"uri": "http://en.wikipedia.org/wiki/Drink",
"type": "wiki",
"score": 2,
"label": {
"eng": "Drink"
}
},
{
"uri": "http://en.wikipedia.org/wiki/Ukraine",
"type": "loc",
"score": 2,
"label": {
"eng": "Ukraine"
},
"location": {
"type": "country",
"label": {
"eng": "Ukraine"
}
}
}
],
"categories": [
{
"uri": "news/Business",
"label": "news/Business",
"wgt": 92
},
{
"uri": "iptc/economy,_business_and_finance",
"label": "iptc/economy, business and finance",
"wgt": 54
},
{
"uri": "iptc/politics_and_government",
"label": "iptc/politics and government",
"wgt": 52
},
{
"uri": "iptc/crime,_law_and_justice",
"label": "iptc/crime, law and justice",
"wgt": 47
}
],
"image": "https://www.prachachat.net/wp-content/uploads/2026/06/AP08061309253-1024x680.jpg",
"eventUri": null,
"sentiment": null,
"wgt": 519564398,
"relevance": 1
},
{
"uri": "9363876647",
"lang": "tha",
"isDuplicate": false,
"date": "2026-06-19",
"time": "11:26:09",
"dateTime": "2026-06-19T11:26:09Z",
"dateTimePub": "2026-06-19T11:25:39Z",
"dataType": "news",
"sim": 0,
"url": "https://www.thaipost.net/sport-news/1017337/",
"title": "2สมาคมมวยไทย บุกกระทรวงพม. หลังห้ามเด็กต่ำกว่า15ปีขึ้นชก",
"body": "เมื่อวันที่ 19 มิ.ย.ที่ผ่านมา นายจรัสเดช อุลิต นายกสมาคมกีฬามวยไทยพระเจ้าเสือและนายกสมาคมมวยโบราณ พร้อมด้วยคณะ ประกอบด้วย นายชินวุธ ศิริสัมพันธ์ นายกสมาคมครูมวยไทย นายกสมาคมมวยไทยโลก, นายชาญณรงค์ สุหงษา นายกสมาคมสถาบันศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัวแบบไทย, นายแสวง วิทยพิทักษ์ อุปนายกสมาคมมวยโบราณ, นายชัยวัฒน์ ชัยเวชนิมิต (แหลมสิงห์ เปรมชัย) ผู้แทนนายกสมาคมกีฬามวยไทยนายขนมต้ม, นายปรเมษฐ์ ภักดีคีรีไพรวัลย์ เลขาธิการสมาคมกีฬามวยไทยพระเจ้าเสือ และผุดผาดน้อย วรวุฒิ ผู้แทนนักมวยไทยอาชีพ ประเทศไทยและนานาชาติ ได้เดินทางเข้ายื่นหนังสือประท้วงต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กรณีออกร่างห้ามมวยเด็กต่ำกว่า 15 ปี ขึ้นชก โดยมีผู้แทน รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ รับหนังสือแทน\n\nภายหลังจากยื่นหนังสือ นายจรัสเดช อุลิต นายกสมาคมกีฬามวยไทยพระเจ้าเสือและนายกสมาคมมวยโบราณ เปิดเผยว่า ร่าง พรบ.เด็ก ของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) นั้น ออกมาโดยปราศจากความรู้และไม่มีการรับฟังใด ๆ จากคนในวงการกีฬามวย หากปล่อยทิ้งไว้จะเกิดเป็นปัญหาบานปลาย กระทบกับการนำมวยไทยขึ้นทะเบียนต่อองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือ ยูเนสโก ในส่วนที่มองว่า \"มวยไทย\" ไม่ปลอดภัยประเด็นนี้ ไม่เป็นความจริง เนื่องจากปัจจุบันการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ก็มี พรบ.มวยเด็ก ที่มีข้อปฎิบัติ กติกา ที่ชัดเจนว่าต้องมีเครื่องป้องกันอยู่แล้ว\n\nนายจรัสเดช อุลิต ระบุต่อว่า สมาคมกีฬามวยไทยพระเจ้าเสือและสมาคมมวยโบราณ ยังจะยื่นหนังสือกับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ต่อไป และยืนยันว่าจะเดินหน้าคัดค้านร่างดังกล่าวอย่างเต็มที่แน่นอน\n\nทางด้านกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ภายหลังจากได้รับเอกสารดังกล่าวแล้วนั้น จะเตรียมจัดการประชุมเรื่องนี้ ภายในวันที่ 23 มิ.ย.นี้ ซึ่งเนื้อหาจะเกี่ยวข้องกับ พรบ.คุ้มครองเด็ก เมื่อได้ข้อสรุปก็จะยื่นเรื่องเสนอต่อเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ต่อไป",
"source": {
"uri": "thaipost.net",
"dataType": "news",
"title": "ไทยโพสต์"
},
"authors": [],
"concepts": [
{
"uri": "http://en.wikipedia.org/wiki/Suriyenthrathibodi",
"type": "person",
"score": 5,
"label": {
"eng": "Suriyenthrathibodi"
}
},
{
"uri": "http://en.wikipedia.org/wiki/Chaiyawat_Buran",
"type": "person",
"score": 3,
"label": {
"eng": "Chaiyawat Buran"
}
},
{
"uri": "http://en.wikipedia.org/wiki/Martial_arts",
"type": "wiki",
"score": 3,
"label": {
"eng": "Martial arts"
}
},
{
"uri": "http://en.wikipedia.org/wiki/Culture",
"type": "wiki",
"score": 3,
"label": {
"eng": "Culture"
}
},
{
"uri": "http://en.wikipedia.org/wiki/Senate",
"type": "wiki",
"score": 2,
"label": {
"eng": "Senate"
}
}
],
"categories": [
{
"uri": "news/Politics",
"label": "news/Politics",
"wgt": 55
},
{
"uri": "iptc/politics_and_government",
"label": "iptc/politics and government",
"wgt": 59
},
{
"uri": "iptc/crime,_law_and_justice",
"label": "iptc/crime, law and justice",
"wgt": 50
},
{
"uri": "iptc/sport",
"label": "iptc/sport",
"wgt": 70
}
],
"image": "https://storage-wp.thaipost.net/2026/06/bOXING-uNDER-15-y.jpg",
"eventUri": null,
"sentiment": null,
"wgt": 519564369,
"relevance": 1
},
{
"uri": "9363876399",
"lang": "tha",
"isDuplicate": false,
"date": "2026-06-19",
"time": "11:25:55",
"dateTime": "2026-06-19T11:25:55Z",
"dateTimePub": "2026-06-19T11:24:06Z",
"dataType": "news",
"sim": 0,
"url": "https://www.matichon.co.th/local/education/news_5769498",
"title": "ยศชนัน เยือนเบลเยียม ผนึกมหาวิทยาลัยชั้นนำ พัฒนาเทคโนโลยี โฟโตนิกส์ หนุนยุทธศาสตร์อุตฯอนาคต",
"body": "ยศชนัน เยือนเบลเยียม ผนึกมหาวิทยาลัยชั้นนำ พัฒนาเทคโนโลยี โฟโตนิกส์ หนุนยุทธศาสตร์อุตฯอนาคต\n\nเมื่อวันที่ 19 มิ.ย. นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมคณะ เดินทางเยือนราชอาณาจักรเบลเยียม เข้าเยี่ยมชม Photonics Innovation Center ของมหาวิทยาลัย Vrije Universiteit Brussel (VUB) หนึ่งในศูนย์กลางการพัฒนาเทคโนโลยี \"โฟโตนิกส์\" ชั้นนำของยุโรป พร้อมร่วมเป็นสักขีพยานการลงนามหนังสือแสดงเจตจำนง (Letter of Intent) ระหว่าง VUB และสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เพื่อปูทางความร่วมมือด้านการวิจัยโฟโตนิกส์ และการแลกเปลี่ยนนักศึกษาและบุคลากรระหว่างกัน โดยหนังสือแสดงเจตจำนงฉบับนี้ ลงนามโดย Prof. Dr. Jan Danckaert อธิการบดี VUB และนายสุขสันต์ ลิ้มปิจำนงค์ ผู้อำนวยการ สวทช. พร้อมด้วย Prof. Dr. Ir. Hugo Thienpont ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยของ Brussels Photonics (B-PHOT)\n\nนายยศชนัน กล่าวถึงความสำคัญของเทคโนโลยีโฟโตนิกส์ (Photonics) ซึ่งเป็นการใช้แสงแทนกระแสไฟฟ้าในการส่งและประมวลผลข้อมูลว่า เทคโนโลยีนี้ คือ หัวใจสำคัญที่อยู่เบื้องหลังอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง เซ็นเซอร์ การแพทย์สมัยใหม่ ไปจนถึงชิปคอมพิวเตอร์ยุคใหม่ และถูกยกให้เป็นหนึ่งในเทคโนโลยีพื้นฐานแห่งศตวรรษที่ 21 ปัจจุบันอุตสาหกรรมนี้กำลังเติบโตเร็วกว่าอุตสาหกรรมทั่วไปถึง 5 เท่า ซึ่งศูนย์ Photonics Innovation Center ของ VUB ได้ทำหน้าที่เป็นเสมือนสายการผลิตนำร่องที่เชื่อมโยงงานวิจัย การศึกษา และภาคอุตสาหกรรม เข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว\n\nนอกจากนี้ นายยศชนัน ยังให้ความสนใจกับแนวคิดของศูนย์ B-PHOT เป็นพิเศษ โดยระบุว่า สิ่งที่น่าสนใจคือแนวคิดที่เน้นว่างานวิจัยต้องตอบโจทย์การใช้งานจริง ตั้งแต่วันแรกที่เริ่มทำวิจัย นักวิจัยจะต้องคิดถึงการนำไปใช้และวางแผนธุรกิจควบคู่กันไปทันที จากนั้นจึงจะมีทีมคอยให้คำปรึกษาด้านการลงทุน และจับคู่นักวิจัยกับภาคธุรกิจเพื่อผลักดันผลงานออกสู่ตลาด ซึ่งแนวทางนี้ตอบโจทย์ปัญหาของไทยโดยตรง เพราะเรามีงานวิจัยคุณภาพสูงจำนวนมาก แต่ยังขาดสะพานเชื่อมที่จะพางานวิจัยเหล่านั้นก้าวสู่การสร้างรายได้ในเชิงพาณิชย์ โมเดลของ VUB จึงเป็นต้นแบบที่ดี ที่เราสามารถเรียนรู้และนำมาปรับใช้ได้ทันที\n\nสำหรับมหาวิทยาลัย VUB ถือเป็นผู้บุกเบิกการศึกษาด้านวิศวกรรมโฟโตนิกส์ของยุโรป โดยมีหลักสูตรปริญญาโทด้านนี้เป็นแห่งแรกของทวีป ขณะที่ศูนย์ B-PHOT ซึ่งรวบรวมนักวิจัยและผู้เชี่ยวชาญกว่า 70 คน ก็ได้รับการยอมรับจากรัฐบาลแฟลนเดอส์ให้เป็นผู้นำด้านการวิจัยและนวัตกรรมอุตสาหกรรม\n\nการเยือนครั้งนี้นับเป็นก้าวสำคัญ ที่ตอกย้ำความมุ่งมั่นของไทย ในการพัฒนาเทคโนโลยีโฟโตนิกส์ ซึ่งเป็นหนึ่งในเป้าหมายหลักของยุทธศาสตร์เซมิคอนดักเตอร์ และอุตสาหกรรมแห่งอนาคต พร้อมทั้งเป็นโอกาสอันดีในการเรียนรู้โมเดลการเปลี่ยนงานวิจัย ให้กลายเป็นนวัตกรรมที่สร้างมูลค่าได้จริง จากสถาบันชั้นนำระดับโลก",
"source": {
"uri": "matichon.co.th",
"dataType": "news",
"title": "มติชนออนไลน์"
},
"authors": [],
"concepts": [
{
"uri": "http://en.wikipedia.org/wiki/Vrije_Universiteit_Brussel",
"type": "org",
"score": 5,
"label": {
"eng": "Vrije Universiteit Brussel"
}
},
{
"uri": "http://en.wikipedia.org/wiki/Technology",
"type": "wiki",
"score": 5,
"label": {
"eng": "Technology"
}
},
{
"uri": "http://en.wikipedia.org/wiki/Belgium",
"type": "loc",
"score": 5,
"label": {
"eng": "Belgium"
},
"location": {
"type": "country",
"label": {
"eng": "Belgium"
}
}
},
{
"uri": "http://en.wikipedia.org/wiki/Internet",
"type": "wiki",
"score": 3,
"label": {
"eng": "Internet"
}
},
{
"uri": "http://en.wikipedia.org/wiki/Electric_current",
"type": "wiki",
"score": 3,
"label": {
"eng": "Electric current"
}
},
{
"uri": "http://en.wikipedia.org/wiki/Brussels",
"type": "loc",
"score": 3,
"label": {
"eng": "Brussels"
},
"location": {
"type": "place",
"label": {
"eng": "Brussels"
},
"country": {
"type": "country",
"label": {
"eng": "Belgium"
}
}
}
}
],
"categories": [
{
"uri": "iptc/economy,_business_and_finance",
"label": "iptc/economy, business and finance",
"wgt": 86
}
],
"image": "https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/Y123-5.jpg",
"eventUri": null,
"sentiment": null,
"wgt": 519564355,
"relevance": 1
},
{
"uri": "9363875707",
"lang": "tha",
"isDuplicate": false,
"date": "2026-06-19",
"time": "11:25:11",
"dateTime": "2026-06-19T11:25:11Z",
"dateTimePub": "2026-06-19T11:22:45Z",
"dataType": "news",
"sim": 0,
"url": "https://www.dailynews.co.th/news/5960339/",
"title": "กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ จัดกิจกรรม \"T Mark Clinic ครั้งที่ 2 ประจำปี 2569\"",
"body": "กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เดินหน้าส่งเสริมและยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการไทยด้วย กิจกรรม \"T Mark Clinic ครั้งที่ 2 ประจำปี 2569\" ซึ่งจัดขึ้นเพื่อให้คำปรึกษาเชิงลึก พร้อมแนะนำแนวทางยกระดับผู้ประกอบการไทยสู่มาตรฐานสากล ผ่านตราสัญลักษณ์ Thailand Trust Mark (T Mark) ที่ถือเป็นกุญแจสำคัญในการผลักดันสินค้าไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน\n\nตราสัญลักษณ์ Thailand Trust Mark เกิดขึ้นมาตั้งแต่ปี 2555เพื่อเป็นเครื่องยืนยันคุณภาพสินค้าและบริการไทยที่ไม่เพียงแต่มีมาตรฐานสูง แต่ยังคำนึงถึงความรับผิดชอบต่อสังคม แรงงาน และสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง โดยกรมฯ ได้ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจร่วมกับกระทรวงแรงงาน (สำนักพัฒนามาตรฐานแรงงาน) และกระทรวงอุตสาหกรรม (กรมโรงงานอุตสาหกรรม) ในการร่วมรับรองตราสัญลักษณ์นี้ เพื่อสร้างความมั่นใจและเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันให้กับสินค้าไทยในเวทีโลก\n\nกิจกรรม \"T Mark Clinic ครั้งที่ 2 ประจำปี 2569\" จัดขึ้น ณ โรงแรม เซ็นทารา แกรนด์ เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว กรุงเทพฯ\n\nโดยผู้เข้าร่วมกิจกรรมจะได้ร่วมฟังเสวนาให้ความรู้เกี่ยวกับโครงการ Thailand Trust Mark พร้อมทั้งแลกเปลี่ยนประสบการณ์จากผู้ประกอบการที่ได้รับตราสัญลักษณ์นี้ในหัวข้อ สร้างแบรนด์ไทยสู่ตลาดโลก โดย ม.ล. ภาสกร อาภากร ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมมูลค่าเพิ่มเพื่อการค้า กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ คณานันต์ ตั้งสัมพันธ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอราวัณฟูด จำกัด (มหาชน) เจ้าของแบรนด์ 'ช้างคู่\n\nลูกโลก' และจิตรวลัย สันติวัฒนา ผู้อำนวยการสายงานธุรกิจอาหาร บริษัท น้ำมันบริโภคไทย จำกัด ผู้ผลิตน้ำมันพืช KING ซึ่งร่วมแบ่งปันความสำเร็จในการนำสินค้าไทยสู่ตลาดส่งออก พร้อมตอบโจทย์ความต้องการที่แตกต่างของผู้บริโภคในแต่ละประเทศ\n\nนอกจากนี้ ในช่วงบ่ายยังมีการเปิดคลินิกให้คำปรึกษาเชิงลึกโดยผู้เชี่ยวชาญจากภาครัฐและเอกชน โดยครอบคลุมตั้งแต่ขั้นตอนและหลักเกณฑ์การขอตราสัญลักษณ์ T Mark เพื่อช่วยส่งเสริมผู้ประกอบการในทุกขั้นตอนอย่างครบถ้วน\n\nตลอด 13 ปีที่ผ่านมา ตราสัญลักษณ์ Thailand Trust Mark ได้สร้างความมั่นใจและเพิ่มศักยภาพการแข่งขันให้กับสินค้าไทยมากกว่า 900 แบรนด์ และยังคงเป็นแรงผลักดันสำคัญในการยกระดับผู้ส่งออกไทยสู่ความยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง\n\nผู้ประกอบการที่สนใจข้อมูลและการขอรับตราสัญลักษณ์ Thailand Trust Mark สามารถติดต่อได้ที่ สำนักส่งเสริมมูลค่าเพิ่มเพื่อการค้า กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ โทร. 02 507 8266, 8299 หรือสมัครโดยตรงานเว็บไซต์ www.thailandtrustmark.co",
"source": {
"uri": "dailynews.co.th",
"dataType": "news",
"title": "dailynews"
},
"authors": [
{
"uri": "kasamaporn_wattanasin@dailynews.co.th",
"name": "Kasamaporn Wattanasin",
"type": "author",
"isAgency": false
}
],
"concepts": [
{
"uri": "http://en.wikipedia.org/wiki/Environment",
"type": "wiki",
"score": 3,
"label": {
"eng": "Environment"
}
},
{
"uri": "http://en.wikipedia.org/wiki/Oil",
"type": "wiki",
"score": 3,
"label": {
"eng": "Oil"
}
},
{
"uri": "http://en.wikipedia.org/wiki/Vegetable_oil",
"type": "wiki",
"score": 2,
"label": {
"eng": "Vegetable oil"
}
}
],
"categories": [
{
"uri": "news/Business",
"label": "news/Business",
"wgt": 49
},
{
"uri": "iptc/economy,_business_and_finance/business_information",
"label": "iptc/economy, business and finance/business information",
"wgt": 95
}
],
"image": "https://www.dailynews.co.th/wp-content/uploads/2026/06/IMG_9203.jpeg",
"eventUri": null,
"sentiment": null,
"wgt": 519564311,
"relevance": 1
},
{
"uri": "9363875280",
"lang": "tha",
"isDuplicate": false,
"date": "2026-06-19",
"time": "11:24:49",
"dateTime": "2026-06-19T11:24:49Z",
"dateTimePub": "2026-06-19T08:13:23Z",
"dataType": "news",
"sim": 0,
"url": "https://www.matichon.co.th/economy/news_5769545",
"title": "โซลีน่า เรสซิเดนท์ ทุ่ม 1,000 ล้าน เจาะตลาดอสังหาฯ Ultra-Luxury กระบี่ ชูคอนเซ็ปต์ Rare Longevity Destination ระดับโลก",
"body": "เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน บริษัท โซลีน่า เรสซิเดนท์ จำกัด เปิดตัวโครงการ โซลีน่า เรสซิเดนท์ (SOLYNA Residence) โครงการอสังหาริมทรัพย์ระดับ Ultra-Luxury วิลล่าหรูสุดหายากบนเนินเขาริมทะเลแห่งใหม่ หาดคลองม่วงของจังหวัดกระบี่ หนึ่งในทำเลชายทะเลที่สวยงามและหายากที่สุดในประเทศไทย รายล้อมด้วยโรงแรมและรีสอร์ทระดับ 5-6 ดาว โครงการนี้ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นเพียงวิลล่าหรูอีกหนึ่งโครงการ แต่มุ่งสู่การเป็น Rare Longevity Destination แห่งแรกของประเทศไทย ด้วยจำนวนจำกัดเพียง 8 วิลล่า ในช่วง Soft Launch และ 16 หลังเมื่อโครงการเสร็จสมบูรณ์ พร้อมวิวพระอาทิตย์ตกเหนือทะเลอันดามันแบบพาโนรามา โดยใช้งบลงทุนพัฒนาโครงการมูลค่ากว่า 1,000 ล้านบาท\n\nนฤพันธ์ พรหมวิเศษ Co-Founder | Wellness & Longevity โครงการ โซลีน่า เรสซิเดนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท คลองท่อม เฮอริเทจ จำกัด และ รองผู้อำนวยการ Amataya Wellness ผู้ผลักดันพื้นที่น้ำพุร้อนเค็มธรรมชาติของกระบี่สู่ Wellness Destination ระดับโลก เปิดเผยว่า การพัฒนา โครงการ โซลีน่า เรสซิเดนท์ ภายใต้แนวคิดแห่งการใช้ชีวิตอย่างยั่งยืน สะท้อนวิสัยทัศน์การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่ผสาน \"Luxury Living\" เข้ากับ \"Wellness & Longevity Living\" อย่างลงตัว พร้อมตอกย้ำภาพลักษณ์ของแบรนด์ SOLYNA อย่างชัดเจน ทั้งในด้านความเรียบหรู (Modern Luxury) ความเป็นส่วนตัว (Private & Exclusive) และประสบการณ์ระดับ High Society\n\nนอกจากนี้แนวคิดของการพัฒนาโครงการมีความสอดรับกับแนวโน้มการขยายตัวของตลาดด้านสุขภาพ และโครงการที่อยู่อาศัยในกระบี่ โดยเฉพาะทำเล \"หาดคลองท่อม\" มีศักยภาพเป็นได้มากกว่า Beach Tourism Zone และกำลังยกระดับไปสู่ Wellness Frontier Zone ในอนาคต ขณะเดียวกันตลาดที่อยู่อาศัยที่เป็น Luxury Market เริ่มขยายตัวไปสู่พื้นที่ชายฝั่งที่ยังมีความเป็นธรรมชาติสูงและมีความเป็นส่วนตัวทำให้ตัดสินใจพัฒนาโครงการโซลีน่าเรสซิเดนท์นี้ขึ้น\n\nโซลีน่า เรสซิเดนท์ ไม่ได้แข่งขันกับโครงการในกระบี่ แต่กำลังแข่งขันกับบ้านพักตากอากาศในภูเก็ต บาหลี และจุดหมายปลายทางระดับโลกอื่นๆ เพราะสิ่งที่เรากำลังนำเสนอในวันนี้ ไม่ใช่เพียงอสังหาริมทรัพย์ แต่คือคุณภาพชีวิตในระยะยาวที่พร้อมเติบโตไปกับตลาดอสังหาริมทรัพย์ของกระบี่ ที่กำลังก้าวสู่\"Beyond Phuket Destination\" ในอนาคต\n\n6 จุดเด่น โซลีน่า เรสซิเดนท์ สู่ Rare Longevity Destination'แห่งกระบี่\n\n1. Rare Location: หาดคลองม่วงเป็นทำเลที่สวยงามและเป็นส่วนตัวที่สุดแห่งหนึ่งของกระบี่ รายล้อมด้วยรีสอร์ท ระดับโลก ยังคงความสงบและเป็นธรรมชาติอย่างแท้จริง\n\n2. Beyond Phuket: ในวันที่ภูเก็ตเติบโตเต็มที่แล้ว กระบี่กลายเป็นทางเลือกใหม่ที่ตอบโจทย์ทั้งนักลงทุนและผู้มองหาคุณภาพชีวิต ด้วยสนามบินนานาชาติ แหล่งธรรมชาติ และจุดปีนเขาระดับโลกอย่างไร่เลย์\n\n3. Panoramic Ocean Sunset View แบบ 180 องศา ความเป็นส่วนตัวสูงสุด (Limited Unit) บริการระดับ เทียบเท่า Luxury Resort Concept Longevity Living รองรับไลฟ์สไตล์ระดับ High-Net-Worth เป็นสิ่งที่หาได้ยากมากในตลาดอสังหาฯ ชายทะเลระดับพรีเมียมในปัจจุบัน\n\n4. Longevity Living: ได้รับแรงบันดาลใจจาก Blue Zone ทั่วโลก ออกแบบเพื่อส่งเสริมสุขภาพและคุณภาพชีวิตระยะยาว ด้วยอินฟินิตี้ออนเซน, สปา, ฟิตเนสและโยคะสตูดิโอ\n\n5. World-Class Services: บริการบัตเลอร์, คอนเซียร์จ, รถรับ-ส่งสนามบิน, บริการจองร้านอาหารและกิจกรรม รวมถึง การบริหารจัดการที่พักและการเช่า ตลอด 24 ชั่วโมง\n\n6. Rare Item: เพียง 8 หลังเท่านั้นในช่วง Soft Launch ครั้งนี้ พร้อมสิทธิพิเศษสำหรับเจ้าของ (Founder Privileges)\n\nMIRA - SERA 2 แบบบ้าน สไตล์ Modern Minimal Wellness Villa\n\nวิรัตน์ ศรีรัชตระกูล Co-Founder | Construction & Real Estate Development ผู้เชี่ยวชาญด้านการก่อสร้างและวัสดุนวัตกรรมสถาปัตยกรรม กล่าวว่า โซลีน่า เรสซิเดนท์ เป็นโครงการ Luxury Wellness Villa ที่มีเพียง 16 หลังเท่านั้น บนหาดคลองม่วง จังหวัดกระบี่ โดยพัฒนาภายใต้คอนเซ็ปต์ Rare Longevity Destination แห่งแรกของประเทศไทย ผสานสถาปัตยกรรมระดับโลก การใช้ชีวิตที่เน้นสุขภาพ และบริการระดับรีสอร์ท 5 ดาว ท่ามกลางสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติที่สมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้\n\nโครงการโซลีน่า เรสซิเดนท์ ออกแบบโดย บริษัท เพียว ดีไซน์ จำกัด ภายใต้แนวคิด \"Designed for the Horizon\" ด้วยสไตล์ Modern Minimal Wellness Villa ที่เน้นความสวยงามควบคู่กับการใช้ชีวิตจริงในระยะยาว โดยบ้านทั้งสองแบบถูกตั้งชื่อว่า MIRA และ SERA สื่อถึงแสงและท้องฟ้า สะท้อนตัวตนของโซลีน่าที่เชื่อมโยงกับธรรมชาติและขอบฟ้า ส่วนงานก่อสร้างดูแลโดย บริษัท สโตนเฮ้นจ์ อินเตอร์ จำกัด (มหาชน) ในการส่งมอบคุณภาพที่สมบูรณ์แบบในทุกรายละเอียด\n\nนิยามใหม่ของความมั่งคั่ง โอกาสการลงทุนและการอยู่อาศัย\n\nชานนท์ อิสระเอลเซ่น Co-Founder | Finance & Investment โครงการโซลีน่า เรสซิเดนท์ และ รองประธานบริหาร Retail Business Group บริษัท เจนเนอราลี่ ประเทศไทย กล่าวว่า นิยามใหม่ของการอยู่อาศัยในปัจจุบันโซลีน่า เรสซิเดนท์ ถูกวาง Positioning ให้เป็น \"Wellness Residence แห่งแรกในกระบี่\" ที่ไม่ได้เป็นเพียงบ้านพักตากอากาศที่มองเห็นทะเลและภูเขา แต่คือการลงทุนใน \"คุณภาพชีวิตระยะยาว\" และเป็น \"Rare Asset\" ที่มีจำนวนจำกัด ตอบโจทย์ทั้ง นักลงทุนระยะยาว (Capital Gain + Yield) ผู้ซื้อเพื่อพักผ่อน (Second Home ) และกลุ่ม Ultra High Net Worth (UHNW)\n\nด้วยศักยภาพการเติบโตของกระบี่ในฐานะจุดหมายปลายทางระดับโลก และจุดเด่นของที่ดินชายทะเลระดับพรีเมียมที่หาได้ยากในปัจจุบัน รวมถึงแนวโน้มตลาด Wellness Tourism ที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่องทำให้โซลีน่าเรสซิเดนท์เป็นหนึ่งโอกาสการลงทุนสำหรับผู้ซื้อเพื่ออยู่อาศัยและนักลงทุนระยะยาวเพื่อสร้างสินทรัพย์แห่งคุณค่าที่สามารถส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น\n\nการเปิดตัวในครั้งนี้จึงถือเป็นก้าวสำคัญของโซลีน่า เรสซิเดนท์ ในการขึ้นสู่ตลาด Luxury & Wellness Real Estate ระดับสากล พร้อมตอกย้ำภาพลักษณ์ของโครงการว่า เป็นมากกว่าที่อยู่อาศัย แต่คือสินทรัพย์แห่งอนาคต (Future Asset of Living)\"\n\nณชญาดา ฉัตรพิชากร Project Consultant & Marketing) ผู้เชี่ยวชาญด้านแบรนด์และการดูแลลูกค้าระดับสูง และผู้คิดโปรเจคคอนเซปต์ของโซลีน่า เรสซิเดนท์ กล่าวเสริมว่า ที่พักอาศัยระดับลักชัวรีมิได้ถูกจดจำเพียงแค่ความงามของสถาปัตยกรรม หากแต่อยู่ที่ความรู้สึกที่มอบให้แก่ผู้พักอาศัย \"A luxury residence is remembered not by its architecture alone, but by how it makes people feel.\"\n\nสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและนัดหมายชมโครงการ โทร. 06-3646-4954 เว็บไซต์ www.solynakrabi.com",
"source": {
"uri": "matichon.co.th",
"dataType": "news",
"title": "มติชนออนไลน์"
},
"authors": [],
"concepts": [
{
"uri": "http://en.wikipedia.org/wiki/Krabi_(disambiguation)",
"type": "wiki",
"score": 5,
"label": {
"eng": "Krabi (disambiguation)"
}
},
{
"uri": "http://en.wikipedia.org/wiki/MIRA_Ltd.",
"type": "org",
"score": 4,
"label": {
"eng": "MIRA Ltd."
}
},
{
"uri": "http://en.wikipedia.org/wiki/Krabi_Province",
"type": "loc",
"score": 4,
"label": {
"eng": "Krabi Province"
},
"location": {
"type": "place",
"label": {
"eng": "Krabi Province"
},
"country": {
"type": "country",
"label": {
"eng": "Thailand"
}
}
}
},
{
"uri": "http://en.wikipedia.org/wiki/Phuket_Province",
"type": "loc",
"score": 4,
"label": {
"eng": "Phuket Province"
},
"location": {
"type": "place",
"label": {
"eng": "Phuket Province"
},
"country": {
"type": "country",
"label": {
"eng": "Thailand"
}
}
}
},
{
"uri": "http://en.wikipedia.org/wiki/Sky",
"type": "wiki",
"score": 2,
"label": {
"eng": "Sky"
}
},
{
"uri": "http://en.wikipedia.org/wiki/Mountain",
"type": "wiki",
"score": 2,
"label": {
"eng": "Mountain"
}
},
{
"uri": "http://en.wikipedia.org/wiki/Website",
"type": "wiki",
"score": 2,
"label": {
"eng": "Website"
}
}
],
"categories": [
{
"uri": "iptc/economy,_business_and_finance/business_information",
"label": "iptc/economy, business and finance/business information",
"wgt": 88
}
],
"image": "https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/opwefopwop.jpg",
"eventUri": null,
"sentiment": null,
"wgt": 519564289,
"relevance": 1
}
],
"totalResults": 55263,
"page": 1,
"count": 10,
"pages": 5527
}
}